Thpaat

สังคมปลอด “บุหรี่” สังคมคุณภาพ !!!


ผู้สูบบุหรี่เหล่านี้ในเวลาต่อไป จะเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการสูบหรี่ถึง 1 ใน 4 ในอีก 10-20 ปีถัดไป โดยทุกๆ ปี คนไทยประมาณ 42,000 - 52,000 คน จะเสียชีวิตด้วยโรคที่เป็นผลพวงจากการสูบบุหรี่ คิดเฉลี่ยเป็นชั่วโมงละ 6 คนเลยทีเดียว ซึ่งโรคที่เป็นสาเหตุการ 3 ตายอันดับแรก คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด ถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด

     ครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตเหล่านั้นมีอายุไม่เกิน 65 ปี และอีกครึ่งหนึ่งเสียชีวิตหลังอายุ 65 ปี นั่นคือบุหรี่บั่นทอนอายุของผู้สูบให้สั้นลง สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก มีการคาดการณ์ว่า ภายใน ค.ศ.2030 ยาสูบจะทำให้คนเสียชีวิตมากถึง 10 ล้านคนต่อปี   มีการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เป็นผลสืบเนื่องจากการสูบุหรี่ในประเทศไทย พบว่าในปี พ.ศ.2549 ใช้งบประมาณ 9,857 ล้านบาท ซึ่งน่าจะลดลงได้ หากคนไทยเลิกสูบุหรี่ นอกจากนี้ แม้ว่าได้มีการรณรงค์สร้างสรรค์สังคมไทยให้ปลอดบุหรี่ และมีการควบคุมการบริโภคยาสูบในประเทศไทย มาตั้งแต่ พ.ศ.2517 จนถึงปัจจุบัน พบว่าผลการควบคุมอยู่ในระดับที่ดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศ แต่ผู้ผลิตบุหรี่ได้ขยายการประชาสัมพันธ์ลงสู่เยาวชนและสตรีได้มากขึ้น จึงทำให้ผู้เสพบุหรี่รายใหม่ๆ มีมากขึ้นตามเช่นกัน และอายุที่เริ่มสูบบุหรี่ก็เริ่มลดน้อยลง  

     จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลเพื่อป้องกันผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่ โดยเฉพาะในเยาวชน ขณะเดียวกันผู้อยู่ในวิชาชีพสุขภาพ โดยเฉพาะแพทย์จะต้องสอบถามการใช้บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบของผู้ป่วยทุกราย พร้อมกับให้คำแนะนำให้เลิกเสพหรือส่งไปรับบริการในคลินิกเลิกบุหรี่ต่อไป เพราะถ้าแพทย์ปฏิบัติเช่นนี้โดยใช้เวลาเพียง 1-3 นาทีเท่านั้น จะมีประโยชน์มากแก่ผู้ป่วย

     "ลด ละ เลิก บุหรี่" จึงเป็นคำตอบสุดท้าย เพื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่างกายจะได้ไม่เป็นอันตรายและเสียสุขภาพ  


กลับ